ไหว้หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร แล้วแวะไปชิมสมูทตี้และบิงซูที่บ้านเมล่อน ใกล้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ่ายแก่ๆนั่งเรือจากเกาะลอย ศรีราชาไปเกาะสีชัง ขอพรเจ้าพ่อเขาใหญ่

นัดกัน 09.00 โมงเช้าล้อหมุนจากบ้านแถวบางนา ปักหมุดพิกัดที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก ระยะทางตีเลขกลมๆ ประมาณ 70 กิโลเมตร ก็ถึงวัดเลยครับ

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ


วัดโสธรวรารามวรวิหาร

แต่เดิม หลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ มีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม พระพรหมคุณาภรณ์(จริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม


วัดโสธรวรารามวรวิหาร


วัดโสธรวรารามวรวิหาร

ก่อนจะไปกินขนมหวาน บิงซูเมล่อน ก็ต้องเติมพลังด้วยอาหารมื้อหลักก่อน เพราะใกล้เที่ยงแล้วกับเป็นทางผ่านก่อนถึง บ้านเมล่อนพอดี เราตั้งพิกัดอีกครั้งไปที่ ร้านเจ๊ยูรปากหม้อ ตลาดพนมสารคาม ประมาณ 39 กิโลเมตร ร้านเล็กๆ แต่เครื่องของเจ๊แกเด็ดของจริง มาบ่ายมีสิทธิ์อดกินได้เพราะของหมด


ร้านเจ๊ยูรปากหม้อ

ระหว่างรอก็สั่งน้ำซุปมากินพลางๆ รอคิวทำเครื่องปากหม้อมาใส่ อย่างในรูปจะเลือกกระดูกหมูกับลูกชิ้นหมูพร้อมซุปหวานๆ


ร้านเจ๊ยูรปากหม้อ

เครื่องปากหม้อมีให้เลือกมากถึง 6 อย่าง ก็สามารถบอกพี่คนขายได้เลยว่าจะเอาอันไหนบ้าง แป้งห่อเค้าบาง แต่เหนียวนุ่ม เติมหอมเจียวเข้าไปอีกนิดอร่อยเหาะ


ร้านเจ๊ยูรปากหม้อ


ร้านเจ๊ยูรปากหม้อ

อิ่มพอประมาณแล้ว ต้องไปต่อด้วยของหวานจาก บ้านเมล่อน (Bann Melon) ร้านอยู่ริมถนน 304 เลยสี่แยกพนมสารคามไปทางเขาหินซ้อน ประมาณ 10 กิโลเมตร สังเกตด้านซ้ายมือไว้ได้เลย เมล่อนลูกใหญ่ๆ ก็เลี้ยวเข้าไปจอด รับรองความสด อร่อย ของเมล่อน เพราะเมล่อนของ บ้านเมล่อน นี้เค้าคัดเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นอย่างดีมาถึง 8 สายพันธุ์ ปลูกสลับหมุนเวียนทั้งปี ที่สำคัญเมล่อนจากที่นี่ส่งตรงไปโรงแรม ภัตตาคาร
ร้านบิงซูดังๆ ในเมืองหลวงตลอดด้วย


Bann Melon


Bann Melon

ภายในร้านแบ่งเป็นสองโซน ด้านนอกและด้านใน ช่วงนี้ปลายปีด้านนอกก็นั่งได้สบายไม่ร้อนมาก


บ้านเมล่อน (Bann Melon)


Bann Melon

มาดูรายการของหวานที่เราสั่งไปกันบ้าง บิงซูเมล่อน มาพร้อมนมข้นสำหรับเพิ่มความหวาน แนะนำอย่าถ่ายตอนราดนมข้นเพลิน เดี๋ยวจะหวานเกินไปนะครับ


Bann Melon

แก้วนี้ มัจฉะถั่วแดง พร้อมเมล่อนหั่นซีก

เทคนิคการกินเมล่อนให้อร่อย ควรเริ่มกินจากชิ้นตรงกลาง เพื่อให้ความหอม ความหวาน อบอวลในปากไปจนชิ้นจนสุดท้าย


มัจฉะถั่วแดง

เมล่อนช็อกโก้ลาวา กลิ่นหอมหวานของเมล่อนสดปั่น มาพร้อมกับลูกเมล่อนขนาดเล็กในสมูทตี้ ท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตลาวา และอีกจานเป็น
เปี้ยะทองกุ้งทอด น้ำจิ้มซอสเมล่อน


เมล่อนช็อกโก้ลาวา


เปี้ยะทองกุ้งทอด

ที่นี่ยังมีสวนเมล่อนให้เข้าไปชมไปสัมผัสว่าเจ้าต้นเมล่อนหน้าตายังไง เรียกได้ว่ามากินของหวานทั้งที ยังได้เที่ยวสวนเมล่อนไปในตัว


Bann Melon


Bann Melon


Bann Melon

สำหรับของฝากที่นี่ก็หนีไม่พ้น เจ้าเมล่อนสายพันธุ์เยี่ยมจากบ้านเมล่อนนั่นเอง

Bann Melon

นั่งชิวที่ร้าน บ้านเมล่อน จนบ่ายแก่ ก็เลยขับรถไปสุดทางเกาะลอย ศรีราชา เพื่อต่อเรือไปยังเกาะสีชัง นมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ บนเกาะสีชัง


เกาะสีชัง

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของ เกาะสีชัง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน


ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ในหมู่ของพ่อค้าเรือสำเภาต่างชาติที่มีพ่อค้าชาวจีนพบว่า บริเวณภูเขาหัวเกาะสีชัง เป็นเขาหินสูงในเวลาค่ำจะปรากฏแสงสว่างสุกใสเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงได้พากันสำรวจพื้นที่และพบถ้ำซึ่งปรากฏหินรูปของเจ้าพ่อเขาใหญ่ในลักษณะนั่งประทับอยู่ จึงเกิดศรัทธาแรงกล้า และได้สักการะบนบานขอให้เจริญรุ่งเรืองทางการค้า เมื่อประสบผลสำเร็จ จึงได้ก่อสร้างเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้น

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่


ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ก่อนเรือรอบสุดท้ายออกจากเกาะสีชัง ยังพอมีเวลา เลยสามารถแวะไปอีกที่ได้ก็คือ สะพานอัษฎางค์

สะพานอัษฎางค์

สะพานอัษฎางค์ เป็นสะพานท่าเรือขนาดใหญ่ สร้างด้วยไม้สักทาสี มีป้ายบอกนามสะพานทั้งภาษาไทย ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เป็นข้อความดังนี้ “สะพานอัษฎางค์ รัตนโกสินทร์ศก 110 สร้างสมัย ร.5” สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นจากเงินพระราชทานจากพระคลังข้างที่ (ทรัพย์สินส่วนพระองค์)
จากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 และทรงโปรดพระราชทานนามว่า “สะพานอัษฎางค์” เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่พระราชโอรส สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุฒิ ทรงหายจากอาการประชวร ณ เกาะแห่งนี้


สะพานอัษฎางค์


สะพานอัษฎางค์

กลับถึง ท่าเรือเกาะลอย ก็เป็นเวลาพระอาทิตย์ตกพอดี หมดไปอีกทริปเสาร์อาทิตย์ ที่ได้ทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ และยังอิ่มท้องกันเลยทีเดียวครับ หลังจากนี้ก็เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ พักผ่อนกัน


ท่าเรือเกาะลอย

Credit::


ร่วมหลงทางไปเที่ยวกับเรา

Author

โปรแกรมเมอร์ตาตี๋ ที่หยอดกระปุกทีละน้อย
เพื่อไปหลงทางเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไป

แล้วคุณะพร้อมจะหลงทางไปด้วยกันไหม ?

Leave a Reply